| เปิดเวบเมื่อ |
25/06/2547 |
| ปรับปรุงเวบเมื่อ |
18/05/2555 |
| ผู้ชมทั้งหมด |
|
|
| สินค้าทั้งหมด |
55 |
|
0105545065937
|
|

|
|
|
สินค้า/บริการ >> ทัวร์ปักกิ่ง >> ทัวร์ปักกิ่ง6วัน5คืน(UL)
| ทัวร์ปักกิ่ง6วัน5คืน(UL) 
รหัสสินค้า: 000110 ปกติ 24,900.00 บาท ราคาพิเศษ 23,900.00 บาท ประหยัด 1,000.00 บาท รายละเอียด:
เที่ยวปักกิ่งเจาะลึก6วัน5คืน เที่ยวกำแพงเมืองจีน-พระราชวังกู้กง-พระราชวังฤดูร้อน-วัดหลิงกวง(นมัสการพระเขี้ยวแก้ว)-วัดลามะ-พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง-ศูนย์การค้าหวังฟูจิ่ง–ชมสนามกีฬาโอลิมปิค 2008Beijing Acrobatics Showกายกรรมชื่อเสียงบันลือโลก พักสกีรีสอรท บินตรงโดยสายการบินศรีลังกัน แอร์ไลน์ (UL)
อัตราค่าบริการ :
สำหรับเดินทางระหว่าง: 1พ.ค.-30ส.ค.55
จองและเดินทาง 3-5 ท่าน
ราคา 28,900.00 บาท/ที่นั่ง
จองและเดินทาง 6-9 ท่าน
ราคา 27,500.00 บาท/ที่นั่ง
จองและเดินทาง 10 ท่านขึ้นไป
ราคา 23,900.00 บาท/ที่นั่ง
หมายเหตุ:
1.ออกเดินทางวัน พุธ/ศุกร์/อาทิตย์
อัตราค่าบริการรวม
1. ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับเที่ยวบินตามรายการ
2. ค่าภาษีสนามบินจีน, ค่าประกันภัยและภาษีน้ำมัน
3. ค่าโรงแรมที่พัก 4 คืน (พัก 2ท่าน/ห้อง)
4. ค่าธรรมเนียมวีซ่าจีน
5. ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 200,000.-บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
6. ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุตามรายการ
7. ค่ารถรับส่งตามสถานท่องเที่ยวที่ระบุตามรายการ
8. ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ตามรายการ
9. ฟรีกระเป๋าเดินทางท่านละ 1 ใบ
10. แจกน้ำดื่มบนรถท่านละ 1 ขวด ต่อ
โปรแกรมการเดินทาง
วันแรก : กรุงเทพฯ–กรุงปักกิ่ง – หอฟ้าเทียนถาน (หอบวงสรวงเทวดา) – โบสถ์คริสต์เซนต์โจวเซฟ – ศูนย์การค้าหวังฟูจิ่ง
05.00 น. คณะเดินทางพร้อมกันที่ท่าอากาศยานแห่งชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ S สายการบินศรีลังกา แอร์ไลน์
07.35 น. เหินฟ้าสู่เมืองปักกิ่ง โดยสายการบินศรีลังกา แอร์ไลน์ เที่ยวบิน UL888 (บริการอาหารบนเครื่อง)
13.20 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติกรุงปักกิ่ง เมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่ เดิมทีปักกิ่งเคยเป็นเมืองสำคัญทางการค้าของอาณาจักรเยี่ยนเมื่อ 500 ปีก่อนคริสตกาล หลังการปฏิวัติล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช และการสู้รบกลางเมือง ค.ศ 1949 พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ชัยชนะ จึงประกาศตั้งรัฐบาลและกรุงปักกิ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศนับแต่นั้นมา จากนั้นนำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและสัมภาระแล้วนำท่านเดินทางผ่านสู่ตัวเมืองปักกิ่งปัจจุบันเมืองปักกิ่งได้เปลี่ยนแปลงพัฒนาได้อย่างรวดเร็วเพื่อต้อนรับโอลิมปิค 2008 สัมผัสกลิ่นไอหลังโอลิมปิคท่านจะได้เห็นตึกสูงรูปร่างแปลกตา อาทิเช่น ตึกมังกร ตึก CCTV ฯลฯ เพื่ออวดแก่สายตานักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ บ่งบอกถึงความทันสมัยของเมืองหลวงปักกิ่งยุคใหม่ได้อย่างน่าชื่นชม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หอบวงสรวงเทวดาฟ้าเทียนถาน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองปักกิ่งเยื้องตะวันออกเฉียงใต้ สร้างเมื่อปี ค.ศ.1420 เป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงไหว้ฟ้าเพื่อขอให้ลมฝนราบรื่น ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง กำแพงด้านเหนือลักษณะกลม ด้านใต้ลักษณะสี่เหลี่ยม หมายถึง ฟ้ากลม พื้นดินสี่เหลี่ยม ตามความเข้าใจของคนโบราณ ภายในประกอบด้วย หวานชิว-แท่นประกอบพิธีบวงสรวง, หวางฉุงหยี่- สถานที่ตั้งป้ายเทพเจ้า หิน 3 เสียง และกำแพงส่งเสียงสะท้อนเสียง (โทรศัพท์), ฉีเหนี่ยนเตี้ยน-หอประกอบพิธีบวงสรวงไหว้ฟ้า สิ่งปลูกสร้างทั้ง 3 ตั้งอยู่บนเส้นแกนเดียวกัน จากนั้นนำท่านเที่ยมชม โบสถ์คริสต์เซนต์โจวเซฟ อยู่ใกล้ๆบริเวณหวังฟู่จิ่ง ย่านใจกลางเมืองของปักกิ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะตัวแทนของโบสถ์ศาสนา คริสต์ของปักกิ่ง สร้างขึ้นเมื่อปี 1870 เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาแห่งแรกที่สำนักศาสนาเมธธะดิสต์สหรัฐอเมริกา สร้างขึ้นที่ปักกิ่ง ตลอดจนภาคเหนือของจีน และเคยรับรองอดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุ๊ชและบิลล์ คลินตัน ตลอดจนดร.จอร์จ ไครุยโบชี หัวหน้าบิชอบแคนเตอร์บูรี่ของอังกฤษ โบสถ์แห่งนี้มีรูปทรงครึ่งวงกลม เป็นโครงสร้างไม้ทั้งหมด มีท่วงทำนองการก่อสร้างแปลกใหม่ เมื่อถึงวันอาทิตย์ จะจัดพิธีทางศาสนา มีศาสนิกชนมาเข้าร่วมประมาณ 4,000 คน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านสู่ ศูนย์การค้าหวังฟู่จิ่ง (Wangfujing) ซึ่งเป็นที่ช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองปักกิ่ง เป็นถนนเส้นยาวๆ สำหรับคนเดินห้ามรถทุกชนิดวิ่งผ่าน มีห้างสรรพสินค้า พลาซ่า และร้านค้าน้อยใหญ่เรียงรายสองข้างถนน รวมทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านหนังสือ ครบครัน พาท่านจับจ่ายกันอย่างเพลิดเพลินอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าแบรนด์เนมราคาตายตัวต่อรองไม่ได้ และยังมีร้านกิ๊ฟช้อป ราคาย่อมเยาให้เลือกซื้อ นอกจากนี้ บริเวณใกล้เคียงยังมีถนนอาหารนานาชาติ ซึ่งน่าชมแต่เป็นสัตว์แปลกๆ ที่ไม่ถูกปากคนไทยเท่าไหร่ ให้ท่านได้อิสระถ่ายรูป ช้อปปิ้ง ชมวิว ตามอัธยาศัย
พักที่ BEIJING ROYAL KING RESIDENCE HOTEL หรือระดับเดียวกัน
วันที่สอง : จัตุรัสเทียนอันเหมิน – พระราชวังกู้กง – พระราชวังฤดูร้อน – กายกรรมปักกิ่ง
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
จากนั้นนำท่านสู่ จัตุรัสเทียนอันเหมิน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองปักกิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถจุคนได้ถึง 2 ล้านคน เป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีนยุคใหม่ เป็นสถานที่จัดงานพิธีเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษต่างๆ บริเวณจัตุรัสมีประตูเมืองโบราณเจิ้งหยาง, อนุสาวรีย์วีรชน, หอระลึกประธานเหมาเจอตุง , ศาลาประชาคม จากจุดนี้ท่านจะได้มองเห็นจุดสำคัญของจัตุรัสแห่งนี้คือ พลับพลาเทียนอันเหมิน ผนังสองข้างมีเขียนภาษาจีนแปลเป็นไทยคำว่า “ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนจงเจริญ” ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่ง ”ความสามัคคีประชาชนทั่วโลกจงเจริญ” ตรงกลางเป็นรูปท่านประทานเหมาเจ๋อตุงติดอยู่ตรงกลางขนาดใหญ่ สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ประเทศจีนก็ว่าได้ จากนั้นนำท่านผ่านประตูเข้าสู่ พระราชวังต้องห้าม “กู้กง” สร้างในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อในสมัยราชวงศ์หมิง เมื่อปี ค.ศ. 1406 เป็นสถานที่ว่าราชการ และที่ประทับของจักรพรรดิ 24 พระองค์ ในสมัยราชวงศ์หมิง และชิง มีการบูรณะซ่อมแซมไปหลายครั้ง ครั้งล่าสุดปี 2008 แต่ยังคงสถาปัตยกรรมเดิม มีความสมบูรณ์แบบที่สุด ใหญ่ที่สุด รักษาได้ดีที่สุด และรวมทั้งยังมีประวัติที่ยาวนานที่สุดในโลก นำท่านเดินชมโบราณสถานและสิ่งก่อสร้างที่คงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นบนพื้นที่ 720,000 ตารางเมตร ภายในพระราชวังแบ่งเป็น 2 เขต 1. เขตวังใน ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามผู้ชายเข้า ยกเว้นขันทีเท่านั้น 2. เขตวังหน้า มี 3 ตำหนัก 1. ตำหนักไท่เหอ เป็นตำหนักหน้าที่สำคัญที่สุด เป็นสถานที่ฮ่องเต้ออกว่าราชกาลแผ่นดิน 2. ตำหนักจงเหอ เป็นสถานที่พักรอก่อนออกว่าราชกาลแผ่นดิน 3. ตำหนักเป่าเหอ เป็นตำหนักสอบจอหงวน และเลี้ยงรับรองแขกบ้านแขกเมือง ผ่านเข้าไปถึงเขตพระราชวังชันใน หรือเขตหวงห้าม ประกอบด้วย จุดสำคัญคือ พระตำหนักพระนางซูสีไทเฮา สถานที่ว่าราชการหลังม่าน อุทยานหลวงอวี้เหอหยวน ภายในพระราชวังนี้อาคารทั้งหมดสร้างด้วยเครื่องไม้ที่ประกอบด้วยห้องหับต่างๆ ถึง 9,999 ห้อง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร **อาหารพิเศษ อาหารไทย
นำท่านเที่ยวชม พระราชวังฤดูร้อนอวี้เหอหยวน อุทยานที่ใหญ่และงดงามที่สุดของประเทศจีน สร้างขึ้นประมาณ 800 กว่าปีก่อนในสมัยโบราณกษัตริย์ราชวงศ์ชิงใช้แปลราชฐานหนีความร้อนจากพระราชวังหลวงมาประทับที่แห่งนี้ นำท่านชมที่ประทับของพระนางซูสีไทเฮา และจักรพรรดิกวางสู นำท่านชมทะเลสาบคุนหมิงที่ขุดขึ้นด้วยแรงงานคนล้วนจำลองมาจากทะเลสาบซีหูที่หางโจว เดินชม ระเบียงกตัญญู บนหลังคามีภาพจิตกรรมเกี่ยวกับเทพนิยายของจีนหลายเรื่องมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วรรณคดี ความยาวระเบียงรวม 777 เมตร เดินถัดมาไม่ไกลท่านจะได้เห็น เรือหินอ่อน มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “เรือของคนโง่” พระนางซูสีไทเฮา เป็นผู้เนรมิตสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ทั้งหมด และทั้งหมดนี้สร้างขึ้นโดยใช้เงินหลวงทั้งสิ้น สถานที่แห่งบอกเล่าถึงความเป็นมาของซูสีไทเฮาได้อย่างลึกซึ้ง แล้วแวะเลือกซื้อไข่มุก ครีมไข่มุกบำรุงผิว ที่ทำจากไข่มุกน้ำจืดที่เพาะเลี้ยงในทะเลสาบ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านชมกายกรรมปักกิ่ง สุดหรรษา ที่มีชื่อเสียงบันลือโลกและงดงามเป็นอันดับ 1 ในกรุงปักกิ่ง
พักที่ BEIJING ROYAL KING RESIDENCE HOTEL หรือระดับเดียวกัน
วันที่สาม:กำแพงเมืองจีน – สกีรีสอร์ท – งานแกะสลักน้ำแข็งหลงชิงเสีย
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
เดินทางสู่ชานเมืองปักกิ่ง ให้ท่านมีโอกาสเลือกซื้อของฝากล้ำค่าของปักกิ่ง คือหยกจีนที่ขึ้นชื่อ เลือกซื้อ กำไลหยก แหวนหยก หรือ เผ่เย้า เครื่องประดับนำโชค จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กำแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์หนึ่งในเจ็ดของโลกในยุคกลาง ที่สร้างขึ้นด้วยแรงงานของคนนับหมื่นคน มีความยาว 6,350 กิโลเมตร ก่อสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณกว่า 2,000 ปีก่อน โดยจักรพรรดิ์จิ๋นซี ผู้รวบรวมประเทศจีนให้เป็นปึกแผ่นตัวกำแพงสูงราว 7 เมตร กว้าง 6 เมตร ว่ากันว่าถ้านำวัสดุที่ใช้ก่อสร้างกำแพงแห่งนี้มาสร้างกำแพงที่มีความหนา 1 เมตร สูง 5 เมตร จะได้กำแพงที่มีความยาวรอบโลก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร ***ลองลิ้มชิมรสสุกี้มองโกเลีย**
นำท่านเดินทางสู่ สกีรีสอร์ท ลานสกีสำหรับผู้หัดเล่นโดยเฉพาะ ให้ท่านอิสระตามอัธยาศัย ให้ท่านเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนลานหิมะ อาทิเช่น การเล่นสกี แคร่เลื่อนรถม้าลาก ท่ามกลาสงบรรยากาศเมืองหนาวกับทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงามที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีขาวของเกล็ดหิมะ จากนั้นนำท่านไปชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ยาแก้น้ำร้อนลวกเป่าฟู่หลิง หรือ “บัวหิมะ” ยาประจำบ้านที่ท่านรู้จักดี จากนั้นนำท่านสู่ เทศกาลโคมไฟน้ำแข็งหลงชิงเสีย ชมเทศกาลแกะสลักน้ำแข็งอันยิ่งใหญ่ตระการตาไปด้วยแสงไฟหลากหลายสีสัน เป็นการแกะสลักน้ำแข็งที่เหมือนกับของจิง สวยงามวิจิตรมาก มีการแกะสลักน้ำแข็งให้เป็นรูปต่างๆ ซึ่งเหมือนกับของจริงและมีการประดับ ไฟอย่างสวยงามอยู่ในน้ำแข็งที่แกะออกมาท่ามกลางบรรยาศที่สวยงาม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
พักที่ BEIJING ROYAL KING RESIDENCE HOTEL หรือระดับเดียวกัน
วันที่สี่ : วัดหลิงกวง(นมัสการพระเขี้ยวแก้ว)–วัดลามะ–โรงละครแห่งชาติ-สนามกีฬาโอลิมปิค
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
จากนั้นนำท่านสู่ วัดหลิงกวง พุทธศาสนิกชนทั่วไปมีความเชื่อและรับรู้กันสืบมาว่า มีพระทาฐธาตุ คือ พระเขี้ยวแก้วประดิษฐานอยู่ในพระวิหารเมืองอนุราธปุระ ปัจจุบันตั้งอยู่ในเมืองแคนดี ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา พระทาฐธาตุ หรือ พระเขี้ยวแก้วที่ลังกานี้ ตามตำราว่า พระเจ้าสิริเมฆวัณณะอัญเชิญมาจากลิงครัฐรักษาไว้ที่อภัยคีรีวิหาร โปรดให้นำพระธาตุแห่ด้วยขบวนแห่อันมโหฬารในวันอาสาฬบูชาให้ประชาชนได้นมัสการเป็นประจำทุกปีเป็นประเพณีสืบมาจนทุกวันนี้ ส่วนพระเขี้ยวแก้วที่วัดหลิงกวงสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามประวัติว่าพระภิกษุฟาเหียนอัญเชิญมาจากแค่นโคถาน หรือโขตานมาประดิษฐานไว้ที่เมืองฉางอันเมื่อคราวจาริกไปสืบพระศาสนายังอินเดียและไปถึงเมืองลังกาด้วย โดยออกเดินทางจากเมืองฉางอัน หรือ ซีอาน เมื่อ พ.ศ. 942 และกลับถึงประเทศจีนใน พ.ศ. 957 ปรากฏความต่อว่า หลังจากพระเขี้ยวแก้วประดิษฐาน ณ เมืองฉางอันแล้วภายหลังได้รับการอัญเชิญไปไว้ในนครต่าง ๆ จนถึง พ.ศ. 1614 จึงนำมาไว้ ณ พระเจดีย์ฉาวเสี้ยน ภายหลังพุทธศาสนิกชนได้สร้างวัดหลิงกวงขึ้น พร้อมกับสร้างพระเจดีย์ 8 เหลี่ยมขนาดใหญ่รายล้อมด้วยพระพุทธรูปและเจดีย์รายชาวบ้านทั่วไปจึงเรียกว่า เจดีย์พระพุทธองค์ 100 รูป ใน พ.ศ. 2443 วัดหลิงกวง ชำรุดทำลายลงเมื่อกองทัพชาติตะวันตกยกกำลังเข้าบุกรุกกรุงปักกิ่ง ท่ามกลางซากปรักหักพังพบพระเขี้ยวแก้วบรรจุในกล่องศิลามีจารึกวัน เดือน ปีที่สร้างเจดีย์อยู่ภายในกล่องไม้กฤษณาอีกชั้นหนึ่งได้เก็บรักษาไว้จนถึง พ.ศ. 2498 จึงนำไปไว้ ณ วัดกวงจี่ชั่วคราว เมื่อทางการได้สถาปนาพระเจดีย์องค์ใหม่ ณ วัดหลิงกวงแล้วเสร็จ จึงมีพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระเขี้ยวแก้วในพระมหาเจดีย์เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2507 ซึ่งในครั้งนี้มีผู้แทนจากบรรดาประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนามาร่วมงานด้วย พระมหาเจดีย์ที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว ณ วัดหลิงกวง กรุงปักกิ่ง มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมผสมผสานของศิลปะสมัยราชวงศ์ถังและราชวงศ์ซ้องไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืนสวยงาม คือ สร้างเป็นพระเจดีย์ทรง 8 เหลี่ยม 13 ชั้น สูง 51 เมตร สมาคมพุทธศาสนาแห่งประเทศจีนได้อำนวยการสร้างมาแต่ พ.ศ. 2501 แล้วเสร็จในฤดูใบไม้ผลิของปี 2507 ใช้เวลาสร้างนานกว่า 6 ปี
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร ***ลองลิ้มชิมรสเป็ดปักกิ่งต้นตำรับ และชิมไวน์แดง***
นำท่านชม วัดลามะ วัดใหญ่ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงในกรุงปักกิ่ง แต่เดิมวัดนี้เคยเป็นวังที่ประทับขององค์ชายสี่ นำท่านชมพระแกะสลักจากไม้จันทร์องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ถูกบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊ค นำท่านชม “โรงละครแห่งชาติ” (ด้านนอก) ซึ่งตั้งอยู่กลางกรุงปักกิ่ง ใกล้กับจัตุรัสเทียนอันเหมิน มีเนื้อที่ 490,485 ตารางฟุต โครงสร้างภายนอกประกอบขึ้นจากกระจกผสมไทเทเนี่ยม ดูคล้ายกับทะเลสาบ ซึ่งผู้ออกแบบจงใจให้สถาปัตยกรรมดูโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางถนนและตึกรามแบบโบราณสำหรับผู้ออกแบบคือสถาปนิกชาวฝรั่งเศสชื่อดัง พอล อังโดรที่มีผลงานออกแบบที่มีชื่อเสียง เช่น อาคาร 1 ของสนามบินชารลส์ เดอ โกลโรงละครแห่งชาติ แห่งนี้แบ่งพื้นที่เป็น ในโรงโอเปร่า 2,416 ที่นั่ง คอนเสิร์ตฮอล 2,017 ที่นั่งและโรงภาพยนตร์ 1,040 ที่นั่ง พื้นผิวของผนังที่กึ่งโปร่งแสงจะทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาในตอนกลางคืนจะมองเห็นการแสดงด้านในวับๆ แวบๆซึ่งเป็นลักษณะเด่น แวะศูนย์วิจัยทางการแพทย์แผนโบราณ ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับการแพทย์โบราณตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การนวดกดจุดฝ่าเท้า การส่งเสริมการใช้สมุนไพรจีนที่มีมานานนับพันปี พร้อมรับฟังการวินิจฉัยโรคโดยผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นนำท่านชม (ด้านนอก) สนามกีฬาโอลิมปิคแห่งชาติ 2008 (Olympic National Stadium) หรือ “รังนก (Bird Net) เป็นอีกชื่อหนึ่งที่รู้จักกันดี ตั้งอยู่ใจกลาง โอลิมปิค คอมเพล็กซ์ ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งจะเป็นที่จัดพิธีเปิดและปิด บริษัทสถาปนิกที่ชนะการออกแบบ คือ Herzog & de Meuron ร่วมกับ Arup Sport และ China Architecture Design & Research Group จุผู้ชมในช่วงแข่งขันโอลิมปิคได้ 100,000 คน มีความยาว 330 เมตร กว้าง 220 เมตร และสูง 69.2 เมตร รวมพื้นที่ทั้งหมด 250,000 ตารางเมตร โครงสร้างหลักทำด้วยเหล็กความยาวรวม 36 กิโลเมตรสานเป็นใย และกระจก ส่วนของหลังคากันน้ำฝนเพื่อนำไปใช้ใหม่ได้ และยังกันแสงแดดผ่านลงมาได้ถึง 50% ลักษณะเปิดปิดได้ พื้นที่ภายใน นอกจาก ล็อบบี้ ร้านอาหาร และร้านค้าทั่วไป ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้เข้าชมสามารถเดินเล่นได้เหมือนเดินอยู่ในรังนกแล้ว ยังติดตั้งจอแอลจีซีขนาดใหญ่ พร้อมทั้งระบบดิจิตอลที่ทันสมัย สนามกีฬาโอลิมปิคแห่งชาตินี้ เริ่มก่อสร้างเมื่อ ธันวาคม 2546 กำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2550 มูลค่าการก่อสร้างรวม 3,500 ล้านหยวน ใกล้เคียงกันให้ท่านชม “สระว่ายน้ำแห่งชาติ” (GYMNASIUM ฟองน้ำ) ซึ่งสระว่ายน้ำแห่งชาตินี้ สร้างขึ้นสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 โดยมีรูปลักษณ์เหนือจินตนาการคล้าย " ก้อนน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ " ซึ่ง PTW and Ove Arup ออกแบบโดยใช้วัสดุเทฟลอนทำเป็นโครงร่าง เน้นใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยจะนำมาใช้เดินเครื่องกรองน้ำเสียของสระน้ำที่ใช้เติมในสระจะถูกกักเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ฝั่งไว้ใต้ดิน นอกจากนั้น เพื่อให้ดูเหมือนน้ำที่สุด สถาปนิกยังใช้เทคโนโลยีจากงานวิจัยของนักฟิสิกส์จาก Dublin's Trinity College ที่สามารถทำให้กำแพงอาคารดูเหมือนฟองน้ำที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากจะทำสระว่ายน้ำแห่งแดนมังกรนี้ดูดีเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังสามารถต้านทานกับแรงสั่นสะเทือนอันเกิดจากแผ่นดินไหวได้ด้วย แล้วนำท่านไปชิมชาอวู่หลงและชาที่มีชื่อเสียงอื่นๆ เช่น ชาผลไม้ ชามะลิ ชากุหลาบ ฯลฯ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
พักที่ BEIJING ROYAL KING RESIDENCE HOTEL หรือระดับเดียวกัน
วันที่ห้า : สวนสาธารณะเป๋ยไห่ – เมืองโบราณหูถ้ง – ตลาดรัสเซีย
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านชม สวนสาธารณะเป๋ยไห่ เป็นสวนสาธารณะซึ่งมีประวัติความเป็นมากว่าพันปี เพราะในอดีตนั้นเคยเป็นอุทยานหลวงที่ต่อเนื่องกันมานาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์เหลียว ผ่านราชวงศ์จิ๋น ราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมิง มาจนท้ายสุดถึงช่วงแห่งการการสิ้นสุดลงของราชวงศ์ชิง นำท่านสู่ เมืองโบราณหูถ้ง เป็นตรอกซอยโบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของปักกิ่ง นำท่านนั่งสามล้อชมเมืองหูถ้ง ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ใว้ให้คงสภาพเดิมอย่างสมบูรณ์ที่สุด
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านไปช้อปปิ้งที่ ตลาดรัสเซีย เพื่อเลือกซื้อสินค้าขายส่งราคาถูก เช่น ผ้าไหม ถุงเท้า รองเท้า กระเป๋า นาฬิกา ไม้กอล์ฟ เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าก้อปปี้ คนไทยมักนิยมมาซื้อของต่อราคากันที่นี่ หรือให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
พักที่ BEIJING ROYAL KING RESIDENCE HOTEL หรือระดับเดียวกัน
วันที่หก : ประตูชัย - ตลาดรัสเซีย – กรุงเทพฯ
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
จากนั้นนำท่านสู่ ประตูชัย เรียกเป็นภาษาจีนว่าประตู "เต๋อเซิ่งเหมิน" ประตูนี้เมื่อก่อนใช้เวลาฮ่องเต้เสด็จไปสงครามก็จะออกจากเมืองโดยใช้ประตูแห่งนี้ สร้างในสมัยราชวงศ์หมิง ซึ่งมีอายุ 500 กว่าปี ในประตูชัยยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจทั้งพิพิธภัณฑ์เงินโบราณ และพิพิธภัณฑ์ปี่เซี๊ยะอีกด้วย
จากนั้นนำท่านไปช้อปปิ้งที่ ตลาดรัสเซีย เพื่อเลือกซื้อสินค้าขายส่งราคาถูก เช่น ผ้าไหม ถุงเท้า รองเท้า กระเป๋า นาฬิกา ไม้กอล์ฟ เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าก้อปปี้ คนไทยมักนิยมมาซื้อของต่อราคากันที่นี่ หรือให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันควรเดินทางสู่สนามบิน
14.40 น. อำลานครหลวงปักกิ่ง เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ UL889
18.45 น. เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพฯ……
สนใจกรุณาติดต่อ:
บ.ริโอไทย ทราเวล จำกัด (ใบอนุญาต ททท. เลขที่ 11/4307)
29/44 ซอยหทัยราษฏร์39 ถ.หทัยราษฎร์ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กทม10510
Tel: 02 9155291-3/029155296-7/ 029155255
Fax: 029155299
email: sale@riothai.co.th
เวลาทำการ
จันทร์ - ศุกร์ 08.00-18.00 น.
เสาร์ 08.00 -15.00 น.
|
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
บริษัท ริโอไทยทราเวล จำกัด 29/44 ซอยหทัยราษฎร์39 ถนนหทัยราษฎร์ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา
บริษัทริโอไทย ทราเวล ก่อตั้งเมื่อ25 มิถุนายน2545โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารและจัดบริการด... อ่านทั้งหมด
เวลาให้บริการ (Business Hour)
1.รับการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ 24 ชั่วโมง
2.โทรสอบถามได้ในเวลา
จันทร์ - ศุกร์ : เวลา 08.00-18.00น
เสาร์ : เวลา 08.00-15.00น
อาทิตย์ : ปิดทำการ
3.ตอบอีเมล์ทุกๆ วันภายใน 24 ชั่วโมง
4.สอบถาม HOTLINE (24 ชม.)ทื่เบอร์
0896975296 /0816677981 /0896813712
การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)
ทางเว็บไซต์ยึดถือปฏิบัติตามนโยบายรักษาความลับส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัดในการรับข้อมูลส่วนตัวของท่านผ่านทางเว็ปไซต์และทางเว็บไซต์จะไม่ส่งข้อมูลส่วนตัวของท่านไปยังบุคคลอื่นโดยไม่ผ่านความยินยอมจากท่านโดยเด็ดขาด
|
|
|