ทัวร์พม่า มัณฑะเลย์ มิงกุน พุกาม อมรปุระ 4วัน3คืน (FD)


ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยวเลขที่11/04307


ทัวร์พม่า มัณฑะเลย์ มิงกุน พุกาม อมรปุระ 4วัน3คืน (FD) article



ทัวร์พม่า มัณฑะเลย์ มิงกุน พุกาม อมรปุระ 4วัน3คืน (FD) 
 
รหัสสินค้า: 000123

เที่ยวเมืองมัณฑะเลย์ ยลเสน่ห์อดีตราชธานี - เมืองพุกาม ดินแดนแห่งทะเลเจดีย์
สักการะ มหาเจดีย์ชเวสิกอง (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงของพม่า)
•ร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ พิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า)
•ชมความงดงาม พระราชวังมัณฑะเลย์(พระราชวังสุดท้ายของกษัตริย์พม่า) 
ชมวิหารไม้สักชเวนานจอง และวัดกุโสดอว์
ชมทัศนัยภาพมุมสูงของเมืองหลวงเก่า บนยอดเขามัณฑะเลย์ (Mandalay Hill)
สะพานไม้อูเบ็ง สะพานที่สร้างด้วยไม้สักและยาวที่สุดในโลก
•ชมวัดพระหินอ่อน หรือ วัดจอกตอจี วัดที่มีพระพุทธรูปหยกขาวใหญ่ที่สุดในโลก
•ชมวิวทะเลเจดีย์ในมุม360 องศาที่ เจดีย์ชเวสันดอว์ แห่งเมืองพุกาม
วัดอานันดา มหาวิหารขนาดใหญ่ “เพชรน้ำเอกของพุทธศิลป์สกุลช่างพุกาม”
ล่องเรือแม่น้ำอิรวดี ชมเมืองมิงกุน ระฆังยักษ์มิงกุน เจดีย์มิงกุน และทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี

พิเศษ...มโชว์หุ่นเชิด เอกลักษณ์ของเมืองพุกาม
            เมนู กุ้งแม่น้ำเผา+เป็ดปักกิ่ง
            บริการน้ำดื่มทุกวัน+ผ้าเย็นไม่อั้น 
 
อัตราค่าบริการ
ตารางวันเดินทาง ราคา / ท่าน
16-19 ธันวาคม2560 13,900.-บ.
23-26 ธันวาคม2560 13,900.-บ.
20-23 มกราคม2561 13,900.-บ.
17-20 กุมภาพันธ์2561 13,900.-บ.
10-13 มีนาคม2561 13,900.-บ.

โปรแกรมการเดินทาง
วันแรก กรุงเทพฯ-มัณฑะเลย์-พระราชวังมัณฑะเลย์-วิหารไม้สักชเวนานจอง-วัดกุโสดอ-ชมวิวยอดเขามัณฑะเลย์   (- /กลางวัน /ค่ำ
08.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง อาคาร 1 ขาออก ชั้น 3 ประตู 2-3 เคาว์เตอร์สายการบินแอร์เอเชีย (FD) พบเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน 
11.10 น. บินลัดฟ้า สู่เมืองมัณฑะเลย์ โดยสายการบินแอร์เอเชีย  เที่ยวบินที่ FD244
12.25 น. ถึงสนามบินมัณฑะเลย์ เมืองมัณฑะเลย์ (เวลาที่พม่าช้ากว่าเมืองไทย 30 นาที) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว 
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (**พิเศษ กุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่ คนละ 1ตัว**)
                นำท่านชม โรงงานทำทองคำเปลว เป็นกรรมวิธีโบราณ ที่ใช้วิธีตีทองคำก้อนเล็กๆ ให้กลายเป็นแผ่นบางๆ คนไทยน้อยคนนักที่จะเคยเห็นวิธีการทำแบบดั่งเดิมแม้แต่ในบ้านเราเอง ซึ่งปัจจุบันทองคำเปลวล้วนแต่ผลิตจากโรงงานส่วนใหญ่ซึ่งไม่ใช่ทำมาจากทองคำแท้.. 
                ชม พระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace) พระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อสร้าง ด้วยไม้สักที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือ สงคราม โลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษ ได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของพม่า ด้วยเหตุผลว่าพระราชวัง นี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่น พระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูก ไฟไหม้เผาราบเป็นหน้ากลองหลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและคูนํ้ารอบพระราชวังที่ยังเป็นของดั่งเดิมอยู่ปัจจุปันพระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบของพระราชวังของเก่าขึ้นมา   
                ชม วิหารไม้สักชเวนานจอง (Golden Palace Monastry) พระตำหนักนี้สร้างด้วยไม้สักทั้งหลังงดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ๆ วิจิตรตระการตาด้วยลวดลายแกะสลักประณีตอ่อนช้อยทั้งหลังคา บานประตูและหน้าต่างโดยเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติและทศชาติของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้ามินดงในปี พ.ศ. 2400 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานีจากอมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์เพื่อเป็นพระตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกพระตำหนักนี้ถวายเป็นวัด ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของช่างหลวงชาวมัณฑะเลย์อย่างแท้จริง
จากนั้น เดินทางสู่ วัดกุโสดอ (Kuthodaw Pagoda) เป็นวัดที่พระเจ้ามินดงสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 4 และพระองค์ทรงให้จารึกพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ ลงบนหินอ่อน 729 แผ่น ถือเป็นพระไตรปิฎกเล่มใหญ่ที่สุดในโลก และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกพระไตรปิฎกเป็นภาษาบาลี และได้นำมาประดิษฐานในมณฑป อยู่รอบพระเจดีย์มหาโลกมารชิน สูง 30 เมตร ซึ่งจำลองรูปแบบมาจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกาม
                เดินทางสู่ เขามัณฑะเลย์ (Mandalay Hill) ตั้งอยู่ทาง ตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง มีความสูง 240 เมตร เป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ อยู่บนยอดเขาสามารถมองเห็นทัศนียภาพเกือบทั้งเมือง ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าอันสวยงามบนยอดเขามัณฑะเลย์  บนยอดเขามัณฑะเลย์ มีวิหาร “ซูตองพญา” รูปทรงคล้ายมณฑปครอบพระมหามัยมุนี ภายใต้วิหารประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสี่ทิศ คือ พระกกุสันโธ พระโกนาคมน์ พระกัสสป และพระสมณโคดม รอบวิหารมีระเบียงสำหรับชมทัศนียภาพเมืองมัณฑะเลย์ และสามารถมองเห็นแม่น้ำอิระวดี พระบรมมหาราชวัง วัดกุโสดอว์
เย็น บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (**พิเศษ เมนูเป็ดย่าง**)
จากนั้น นำท่านเข้าสู่ที่พัก SHWE PHYU HOTEL MANDALAY หรือเทียบเท่า 

วันที่สอง   มัณฑะเลย์ - หมู่บ้านมิงกุน - เจดีย์มิงกุน - ระฆังมิงกุน - เจดีย์ชินพิวเม - เมืองพุกาม - เจดีย์ชเวซานดอ - รับประทานอาหารพร้อมชมโชว์เชิดหุ่นเชิดพุกาม  (เช้า/กลางวัน/ค่ำ)  
06.00 น. บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
07.00 น. จากนั้น ออกเดินทางไปท่าเรือ ล่องแม่น้ำอิระวดี ไปยังหมู่บ้านมิงกุน ชมวิถีชีวิตของชาวลุ่มแม่น้ำอิระวดีที่อาศัยอยู่กันมาเนิ่นนานสองฝั่งแม่น้ำ โดยใช้เวลานั่งเรือประมาณ 40 นาที เมื่อเดินทางถึง นำท่านเดินทางท่องเที่ยวโดยพาหนะท้องถิ่น คือ รถตุ๊กตุ๊ก สถานที่ที่จะนำท่านท่องเที่ยวมีดังนี้ นำชม เจดีย์ชินพิวเม (เมี๊ยะเต็งดาน) สร้างโดยพระเจ้าบากะยีดอว์ ซึ่งเป็นพระราชนัดดาของพระเจ้าปดุง สร้างเป็นอนุสรณ์แห่งความรักแด่พระมหาเทวีชินพิวเม ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนอันควร และได้รับสมญานามว่า “ทัชมาฮาล แห่งลุ่มแม่น้ำอิระวดี” เจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นตามหลักภูมิจักรวาล คือมีองค์พระเจดีย์อยู่ตรงกลาง ณ ยอดเขาพระสุเมรุ ที่เชื่อกันว่าเป็นแกนกลางของจักรวาล ล้อมรอบด้วยขุนเขาและมหาสมุทรตามหลักไตรภูมิ 
                 ชม ระฆังมิงกุน มีเส้นรอบวง 10 เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก 87 ตัน ว่ากันว่าเป็นระฆังยักษ์ที่เล็กกว่าระฆังแห่งพระราชวังเคลมลินในกรุงมอสโคว แต่ระฆังนั้นได้แตกร้าวใช้งานไม่ได้แล้ว จึงทำให้ระฆังมิงกุนนั้นเป็นระฆังยักษ์เพียงใบเดียวในโลกที่ยังคงใช้งานได้จริง
                เที่ยวชม เจดีย์มิงกุน สร้างโดยพระเจ้าปดุง เพื่อประดิษฐาน พระทันตธาตุ ประสงค์ที่จะสร้างให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่ามหาเจดีย์พุกาม และใหญ่โตกว่าองค์พระปฐมเจดีย์ในเมืองไทย งานก่อสร้างเจดีย์มิงกุนสร้างได้เพียง 7 ปี พระเจ้าปดุงก็สวรรคต มหาเจดีย์จึงเหลือแค่เพียงฐาน แต่ก็ยังสูงถึง 50 เมตร หากสร้างเสร็จเชื่อว่าเจดีย์นี้จะมีความสูงถึง 152 เมตรเลยทีเดียว
เมื่อถึงเวลาอันสมควร นำท่านนั่งเรือกลับไปยังฝั่งมัณฑะเลย์ ใช้เวลาประม๊ณ 30 นาที 
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (**พิเศษ เมนูกุ้งทอดกระเทียม**)
จากนั้น เดินทางสู่ เมืองพุกาม เมืองแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศเมียนม่าร์ พุกามได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งทะเลเจดีย์ หรือ ดินแดนแห่งเจดีย์สี่พันองค์ เพราะในสมัยรุ่งเรืองเคยมีเจดีย์มากมายถึง 4,446 องค์ ปัจจุบันเหลือแค่เพียง 2,217 องค์ เจดีย์แห่งแรกของพุกามคือ เจดีย์ชเวซีโกน สร้างโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรพุกาม โดยธรรมเนียมการสร้างเจดีย์ เจดีย์องค์ใหญ่สุดจะเป็นเจดีย์ที่กษัตริย์ทรงสร้าง และองค์ที่มีขนาดเล็กถัดมา เป็นการสร้างโดยเหล่าขุนนาง อำมาตย์ ลดหลั่นลงมาตามบรรดาศักดิ์ นอกจากเจดีย์ชเวซีโกนแล้ว ยังมีเจดีย์สำคัญ ๆ อีกหลายองค์และวัดสำคัญ ๆ อีกเช่น เจดีย์ชเวซันดอ, อานันทวิหาร, เจดีย์ตะเบียงนิว, วัดพะยาตองซู เป็นต้น เดินทางโดยรถบัสปรับอากาศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) พักผ่อนบนรถตามอัธยาศัย
จากนั้นถึง เมืองพุกาม ชมเมืองทะเลเจดีย์ที่สวยงามและหมู่บ้านเก่าแก่เมืองพุกามที่ยังคงวิถีที่ชีวิตที่เรียบง่าย  นำท่านชมและเก็บภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ เจดีย์ชเวซานดอ ท่านสามารถมองเห็นทุ่งทะเจดีย์ในมุม 360 องศา ได้จากเจดีย์แห่งนี้
19.00 น. บริการอาหารค่ำแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร พร้อมชมโชว์เชิดหุ่นอันมีชื่อเสียงของเมืองพุกาม ท่านจะได้ชมการเชิดหุ่นที่ดูเหมือนมีชีวิตจริง 
นำคณะเข้าสู่ที่พัก GRACIOUS BAGAN HOTEL หรือ เทียบเท่า

วันที่สาม เจดีย์ชเวสิกอง - วัดติโลมินโล - เจดีย์สัพพัญญู - โรงงานเครื่องเขิน - วัดออนันดา - เมืองมัณฑะเลย์  (เช้า/กลางวัน/ค่ำ)
07.00 น. บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
                นำท่านชม เจดีย์ชเวสิกอง (Shwezigon Pagoda) ซึ่งเป็นสถูปดั้งเดิมของพม่าโดยแท้ มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ สร้างขึ้นหลังพระเจ้าอโนรธาขึ้นครองราชย์ เพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากพระสรีระหลายส่วน มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ ใช้เป็นทั้งที่ประชุมสวดมนต์ และศูนย์กลางของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทในพุกาม
                จากนั้นชม วัดติโลมินโล (Htilominlo Temple) สร้างขึ้นเมื่อปี 1211 โดยพระบัญชาของพระเจ้านันต่าว-มยา เป็นพระโอรสในพระเจ้านรปติสิทธู ซึ่งเกิดกับนางห้ามผู้หนึ่ง และได้เสี่ยงทางเลือกให้เป็นราชทายาท เป็นวัดสูง 46 เมตร ยาว 43 เมตร เท่ากันทั้ง 4ด้านมีพระพุทธรูปประดิษฐ์ฐานอยู่ทั้ง 4 ทิศ ทั้งสองชั้น มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเก่าแก่กับลวดลายปูนปั้น อันประณีตสวยงาม สร้างโดยพระติโลมินโล เมื่อปี พ.ศ.1761 ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามมากทั้งภายในและภายนอก  นมัสการ เจดีย์สัพพัญญู (Thatpyannyut Temple) ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมืองพุกาม
                นำท่านชม โรงงานเครื่องเขิน (Lacquer Ware) ซึ่งยอมรับกันว่ามีชื่อเสียงที่สุดในพม่า เช่น ถ้วยน้ำ จานรอง โถใส่ของตั้งแต่ขนาดเล็กถึงใหญ่ หีบใส่ของต่างๆ สิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมก็คือ โถใส่ของทำจากขนหางม้าสานกับโครงไม้ไผ่ มีขนาดเบาบางและบีบให้ยุบ แล้วกับไปคืนรูปได้ดังเดิม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (**พิเศษ กุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่ คนละ 1ตัว**)
                จากนั้นพาท่านชม วัดมนุหา (Manuha Temple) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของหมู่บ้านมยินกะบา สร้างเมื่อปี 1059 โดยพระเจ้ามนูหะกษัตริย์แห่งมอญ เพื่อสั่งสมบุญไว้สำหรับชาติหน้า จึงได้นำอัญมณีบางส่วนไปขายมาสร้างวัดนี้ โครงสร้างวิหารค่อนข้างแคบ มีพระนอนหนึ่งองค์ กับ พระพุทธรูปอีกสามองค์นั่งเบียดเสียดอยู่ภายใน สะท้อนถึงความคับแค้นพระทัยของกษัตริย์เชลยพระองค์นี้เป็นอย่างดี
        ชม วัดอนันดา (Ananda Temple) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของกำแพงเมือง เป็นวัดสีขาว มองเห็นได้ชัดเจนสร้างเสร็จเมื่อปี 1091 ซึ่งวิหารแห่งนี้นับได้ว่าเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพุกาม มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขเด็จยื่นออกไปทั้ง 4 ด้านซึ่งต่อมาเจดีย์แห่งนี้เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมพม่าในยุคต้นของพุกาม และสิ่งที่น่าทึ่งของวิหารแห่งนี้ก็คือ ที่ช่องหลังคาเจาะเป็นช่องเล็กๆ ให้แสงสว่างส่องลงมาต้ององค์พระ ให้มีแสงสว่างอย่างน่าอัศจรรย์
        ชม วิหารธรรมยันจี (Dhammayangyi Temple) สร้างโดยพระเจ้านะระตู่ และพระองค์ก็เชื่อว่าเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองพุกาม สร้างขึ้นเพื่อล้างบาป ด้วยทรงปริวิตกว่าผลกรรมจากการกระทำปิตุฆาตจะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า ตั้งโดดเด่นยิ่งใหญ่ตระหง่านดังตำนานที่โหดร้ายได้เล่าต่อกันมา
ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองมัณฑะเลย์ โดยรถบัสปรับอากาศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)
เย็น บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำคณะเข้าสู่ที่พัก SHWE PHYU HOTEL MANDALAY หรือเทียบเท่า

วันที่สี่ มัณฑะเลย์ - ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี - หมู่บ้านทอผ้าอินปอขอม - สะพานไม้อูเบ็ง - กรุงเทพฯ  ( เช้า / - / - )
04.00 น. นำท่าน ร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่อง เครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ.2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ. 2422 สมัยพระเจ้าสีปอ ก่อนจะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลาย เก็บเนื้อทองได้น้ำหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ. 2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลี จึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบๆระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ที่พัก
เช้า         บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
               นำท่านชม หมู่บ้านทอผ้าอินปอขอม ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่นำเส้นใยบัวมาทอเป็นเสื้อผ้า, ผ้าพันคอ ฯลฯ ชม วัดแมวกระโดด มีอายุ 200 กว่าปี
               ชม สะพานไม้อูเบ็ง (U-Ben Bridge) สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกโดยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชื่อว่าเสาอู เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง1,208 ต้นซึ่งมีอายุกว่า 200 ปีทอดข้าม ทะเลสาบคองตามัน ไปสู่วัดจอกตอจี ซึ่งมีเจดีย์ที่สร้างตามแบบวัดอนันดาแห่งพุกาม
               ได้เวลาสมควร นำทุกท่านเดินทางสู่สนามบินมัณฑะเลย์
12.45 น. บินลัดฟ้ากลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์เอเชีย  เที่ยวบินที่ FD245
15.00 น. ถึง สนามบินดอนเมือง โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
*********************************************************************
 
 
 
**คลิ๊กที่ไลน์ไอดีเพื่อเพิ่มเพื่อนหรือเริ่มแชทได้เลยค่ะ**
 
 

 
ทัวร์พม่า มัณฑะเลย์ อมรปุระ สกาย มิงกุน 3วัน2คืน (DEC'17-FEB'18) // 11900


 




ทัวร์พม่า

ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง หงสาวดี อินทร์แขวน สิเรียม 3วัน2คืน(DD) article
ทัวร์พม่า มัณฑะเลย์ อมรปุระ สกาย มิงกุน 3วัน2คืน(FD) article