ทัวร์เพชรบูรณ์ เขาค้อ ภูทับเบิก เลย เชียงคาน ภูทอก 4วัน 3คืน
ReadyPlanet.com
dot dot




ทัวร์เพชรบูรณ์ เขาค้อ ภูทับเบิก เลย เชียงคาน ภูทอก 4วัน 3คืน

วันแรก    กรุงเทพฯ - เพชรบูรณ์ – จุดชมวิวไปรษณีย์เขาค้อ-พระตำหนักเขาค้อ-อนุสรณ์ผู้เสียสละเขาค้อ-ทุ่งกังหันลมเขาค้อ - ทุ่งดอกไม้เขาค้อ

05.00 น.    คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดพบ ** พร้อมบริการ S&P BOX SET จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ จังหวัดเพชรบูรณ์ 
(ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 5 ชั่วโมง 30 นาที) แหล่งที่เที่ยวทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะชมสายลม ชมขุนเขา ชมดอกไม้ หรือชมสายหมอก เป็นเมืองที่เหมาะกับการพักผ่อนอย่างเงียบสงบ ที่จะทำให้คุณได้ใกล้ชิดธรรมชาติที่แท้จริง และยังสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี 
                   จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง จุดชมวิวไปรษณีย์เขาค้อ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามมากๆอีกนึ่งจุด ตั้งอยู่ริมเส้นทางสาย 2196 ซึ่งหากในวันที่อากาศเป็นใจทุกท่านจะได้เห็นทะเลหมอกสุดอลังกาลแบบ 180 องศา
                   นำท่านแวะชม พระตำหนักเขาค้อ เป็นจุดสูงสุดของเขาค้อ สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,050 เมตร เมื่อยืนอยู่บริเวณพระตำหนักจะสามารถมองเห็นวิวทัศนียภาพที่สวยงามมาก
                   นำท่านเยี่ยมชม อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ เนื่องจากสมัยก่อนเขาค้อ เคยได้ชื่อว่าเป็นดินแห่งคอมมิวนิสต์ เป็นพื้นที่สีแดงที่คุกรุ่นไปด้วยควันไฟของการสู้รบจากผู้ที่มีแนวคิดทางการเมืองที่แตกต่างกัน 
กลางวัน    บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
                   จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง จุดชมวิวทุ่งกังหันลมเขาค้อ ชมความสวยงามของทุ่งดอกไม้ และกังหันลมยักษ์ใหญ่ที่ตั้งเรียงรายอยู่บนเนินเขาสูง เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานลมจากกังหันลมขนาดใหญ่จำนวน 24 ต้น ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 1,050 เมตร สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกลไปถึงวัดผาซ่อนแก้ว ซึ่งอยู่ห่างออกไปเกือบ 20 กม. ได้เลย เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้เราเข้าไปเก็บภาพสวยๆ มีจุดชมวิวสองจุดด้วยกันคือ จุดชมวิวช้างดอย และ จุดชมวิวระเบียงกังหันลม ทั้งยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้เล่น อย่างการนั่งรถล้อเลื่อน “ฟอร์มูล่าม้ง” ไถลลงเนินมาเรื่อยๆ สร้างความตื่นเต้นเร้าใจเป็นที่สุด หรือจะนั่งชิงช้าชาวเขาสุดหวาดเสียว มีทั้งชิงช้าไม้หมุนและแบบเชือกเส้นเดียว และชิมสตรอเบอร์รี่สดๆ จากไร่สตรอเบอรี่บีจี เป็นต้น 
                   จากนั้นแวะถ่ายรูป ทุ่งดอกไม้เขาค้อ ไร่ดอกไม้เมืองหนาวที่ตั้งอยู่บริเวณทุ่งกังหันลมเขาค้อนั่นเอง ตั้งอยู่ในส่วนหน้าของ “ทุ่งกังหันลม” ซึ่งภายในมีทุ่งดอกไม้หลายแปลง ดอกเวอร์บีน่าสีม่วงสดที่กำลังบานสะพรั่งออกดอกอย่างสวยงามในขณะนี้ ถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่พลาดไม่ได้เหมาะแก่การเซลฟี่เป็นที่สุด นอกจากดอกเวอร์บีน่าแล้ว ยังมีดอกผักเสี้ยนฝรั่ง และดอกไม้ตามฤดูกาลที่จะผลัดปลียนหมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี **ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในปีนั้นๆ** 
เย็น    บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
ได้เวลาอันสมควนนำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก    อิมพีเรียล ภูแก้ว เขาค้อ หรือระดับเทียบเท่า

วันที่สอง       PINO LATTE RESORT & CAFÉ  -วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว  - วัดป่าภูทับเบิก - จุดชมวิวภูทับเบิก
เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
                    นำท่านเดินทางไปยัง PINO LATTE RESORT & CAFÉ สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นทั้งคาเฟ่และรีสอร์ทยอดนิยม โดยเฉพาะฤดูฝนและฤดูหนาวที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมาชมวิวทะเลหมอกเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวที่มาพักจะได้ชมวิว ทิวทัศน์ภูเขา ชมดาวบนท้องฟ้า รีสอร์ทบนเขาสูงใกล้เชิงผาซ่อนแก้วที่มีวิวสวยในมุมมอง 360 องศา เป็นจุดขายสำคัญ สามารถมองเห็นวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วได้อย่างชัดเจน บางวันที่มีฝนตกยามเช้าจะมีทะเลหมอกเอ่อล้นขึ้นมาเหมือนฟองนมในกาแฟลาเต้ แถมมีร้านกาแฟดีไซน์เท่ให้คุณได้นั่งจิบกาแฟหอมๆ ไอศกรีม และเบเกอรี่โฮมเมด เคล้าบรรยากาศสวย ๆ มาเขาค้อต้องห้ามพลาดเด็ดขาด **อิสระท่านเก็บภาพความประทับใจ หรือเลือกซื้อครื่องดื่มและเบเกอรี่ได้ตามอัธยาศัย
                    จากนั้นนำท่านสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว พุทธสถานที่ตั้งตระหง่านโอบล้อมด้วยขุนเขามากมายได้กลายเป็น “แลนด์มาร์ค” ของเขาค้อ มีความวิจิตรอลังการจากการนำกระเบื้องสี ถ้วยชามเบญจรงค์ มุก ลูกปัด พลอย แก้วแหวน หินสี ตลอดจนเซรามิคหลากสีสัน มาประดับประดาตกแต่งเป็นลวดลายที่สวยงาม ตั้งแต่เสา ผนัง พื้น บันได เมื่อยามต้องแสงแดดทั่วบริเวณจะสะท้อนประกายงดงามราวกับวัดบนสรวงสวรรค์ และมหาวิหารพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ พระพุทธรูปสีขาวซ้อนกัน 5 องค์ ใหญ่โตโอ่อ่า สถานที่สำคัญภายในวัด ได้แก่ เจดีย์พระธาตุผาแก้ว บริเวณใต้ฐานพระเจดีย์ใช้เป็นที่เก็บรวบรวมหลักธรรมคำสอน ภาพปริศนาธรรม และเป็นที่เจริญสติภาวนาสำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป 
เที่ยง             นำท่านรับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร
                     จากนั้นนำท่านไต่ระดับความสูงขึ้นสู่ ภูทับเบิก ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านม้งทับเบิกของชาวเขาเผ่าม้ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ชาวม้งที่นี่มีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก พืชผักที่มีการปลูกมากที่สุดคือกะหล่ำปลี ซึ่งมีการจัดสรรที่ดินทำกินสำหรับการปลูกกะหล่ำปลีหลายพันไร่บนยอดเขาสูง ทำให้ในช่วงฤดูฝนมีกะหล่ำปลีผุดขึ้นละลานตาเต็มภูเขา โดยในเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม และช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ของทุกปี ส่วนในช่วงหน้าหนาวจะมีดอกนางพญาเสือโคร่งบานเต็มภูทับเบิกให้ได้ถ่ายรูปกัน
                     จากนั้นนำไปยังวัดที่สูงที่สุดในประเทศไทย วัดป่าภูทับเบิก เป็นสถานปฏิบัติธรรมสายธรรมยุตินิกาย มีเนื้อที่ 50 ไร่เศษ บริเวณวัดจะถูกปกคลุมด้วยป่าไม้ต่างๆ จึงทำให้บรรยากาศมีความหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญ โดยเป็นสถานที่รับน้ำฟ้ากลางหาวเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าถวายองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ภายในวัดมี “พระมหาธาตุเจดีย์โพธิปักขิยธรรม” ซึ่งเป็นเจดีย์เพชร 37 ยอด มีขนาดความสูง 80.90 เมตร เพื่อเป็นพุทธสถานและเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ภายในแต่ละชั้นจะประดิษฐานพระประจำวันทั้ง 4 ทิศ ในส่วนองค์พระมหาธาตุเจดีย์จะประดับด้วยกระเบื้องโมเสค ทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งจะล้อมด้วยกำแพงพญานาคเงิน พญานาคทอง 9 เศียร โดยงบประมาณในการดำเนินงานในการก่อสร้างมูลค่า 250 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันยังคงเหลืองบประมาณ 50 ล้านบาท ที่จะสร้างเสร็จสมบูรณ์ และจัดประกอบพิธีอัญเชิญพระอัฐิธาตุพระอัครสาวก 36 พระองค์ บรรจุในผอบทองคำที่มีขนาดความสูง 33 ซม. พร้อมฉัตรทองคำมีขนาดความสูง 536 ซม. นำขึ้นประดิษฐาน ณ ยอดเล็กพระมหาธาตุเจดีย์ 36 ยอด
นำท่านแวะถ่ายภาพที่ จุดชมวิวภูทับเบิก ที่มีความสูง 1,667 เมตร จากระดับน้ำทะเล สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ 1 ใน Unseen Natures and Wonders และชมวิวแปลงกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีวิวทิวเขาน้อยใหญ่โอบล้อมกับป่าไม้พืชพรรณเขียวขจี และสภาพอากาศที่เย็นสบาย 
ค่ำ             บริการอาหารค่ำ ณ ที่พัก เมนู ชุดหมูกระทะ
พักที่             ไร่รุ่งอรุณ ภูทับเบิก หรือระดับเทียบเท่า
 
วันที่สาม        เพชรบูรณ์ - เลย -พระธาตุศรีสองรัก - วัดเนรมิตวิปัสสนา - วัดศรีคุณเมือง -สกายวอร์คเชียงคาน - ถนนคนเดินเชียงคาน
เช้า             บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
                    จากนั้นเดินทางสู่ เลย ตามเส้นทางที่ลัดเลาะไปตามไหล่เขา นำท่านสักการะ พระธาตุศรีสองรัก ศิลปกรรมแบบล้านช้างที่คล้ายกับองค์พระธาตุพนม เป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานแห่งไมตรี ในการช่วยเหลือกัน ระหว่างกรุงศรีอยุธยาและกรุงศรีสัตนาคนหุต (กรุณางดแต่งกายสีแดง ขึ้นสักการะองค์พระธาตุศรีสองรัก) 
                    นำท่านชมพระธาตุศรีสองรัก เป็นโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดเลย และถือเป็นสัญลักษณ์และตราประจำจังหวัด ตั้งอยู่ที่อำเภอด่านซ้าย ริมฝั่งแม่น้ำหมัน หรือห่างจากตัวจังหวัด 83 กิโลเมตร อยู่ในบริเวณวัดพระธาตุศรีสองรัก เป็นวัดที่ไม่มีพระภิกษุพำนักอยู่สร้างขึ้นในแผ่นดินของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ผู้ครอบครองกรุงศรีอยุธยาแห่งอาณาจักรสยามสมัยนั้น  และพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชผู้ครองกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทร์) แห่งอาราจักรล้านช้างสมัยนั้น  เพื่อเป็นสักขีพยานในการทำสัญญาทางพระราชไมตรี  และเป็นด่านกั้นเขตแดนของสองพระนครใสสมัยโน้น  ทั้งนี้เนื่องจากในระหว่างที่กษัตริย์ทั้งสองพระองค์ครองราชสมบัติ  ตรงกับสมัยที่พม่าเรืองอำนาจ  เพราะพม่ามีกษัตริย์ที่เข้มแข็งในการสงครามปกครองคือ  พระเจ้าตะเบ็งชเวตี้  และพระบุเรงนองได้ยกทัพมารุกรานกรุงศรีอยุธยาและกรุงศรีสัตนาคนหุตหลายคราว  สมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช จึงทำไมตรีกัน  เพื่อร่วมกันต่อสู้กับพม่าและเพื่อเป็นที่ระลึกในการทำไมตรีกันครั้งนี้  ได้ทรงร่วมกันสร้างพระเจดีย์ขึ้นเป็นสักขีพยานจึงได้ขึ้นชื่อว่า “ พระธาตุศรีสองรัก ” ตามตำนานกล่าวไว้ว่าได้สร้างขึ้น  ณ  ที่กึ่งกลางระหว่างแม่น้ำโขงกับแม่น้ำน่านบนโคกไม้ติดกัน  เริ่มสร้างแต่ พ.ศ. ๒๑๐๓  และเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๑๐๖
                    นำท่านชม วัดเนรมิตวิปัสนา วัดตั้งอยู่สูงเด่นอยู่บนเนินเขาห่างจากพระธาตุศรีสองรักเพียงเล็กน้อย สถาปัตยกรรมภายในวัดก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง พระอุโบสถขนาดใหญ่ตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม เมื่อเข้ามาในพระอุโบสถจะพบกับความงดงามของพระประธานปางมารวิชัย พระพุทธชินราชจำลอง ให้ทุกท่านได้สักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล และชมภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระวิหารที่สวยงาม มีลวดลายอ่อนช้อยด้วยศิลปะของช่างเขียนชาว ด่านซ้าย ซึ่งใช้เวลาวาดนานถึง 8 ปี เป็นภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติ ภาพพระเวสสันดรชาดกและภาพทศชาติ
                    นำท่านชม วัดศรีคุณเมือง หรือ วัดใหญ่ เป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองเชียงคานมาอย่างยาวนาน ภายในวัดมีพระประธานในพระอุโบสถวัดศรีคุณเมืองเป็นพระพุทธปฏิมาประทับขัดสมาธิราบนาคปรกอายุกว่า 300 ปี ในวัดเป็นกำแพงแก้วล้อมรอบตัวพระอุโบสถ วัดนี้ถูกขนานนามว่าเป็นแหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านนาและล้านช้างซึ่งเห็นได้จากโบสถ์ ที่มีหลังคาลดหลั่นอย่างศิลปะล้านนา ศิลปวัถตุที่สำคัญมีหลายชิ้นเช่นพระพุทธรูปไม้จำหลักลงรักปิดทองปางประทานอภัยแบบล้านช้าง พระพุทธรูปดังกล่าวจะมีพระเกศาเป็นปุ่มแหลมเล็ก พระกรรณค่อนข้างแหลมและยาว สันนิษฐานว่ามีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 24-25
กลางวัน     บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
            นำท่านออกเดินทางไปสู่ จุดชมวิวพระใหญ่ภูคกงิ้ว เพื่อกราบสักการะ พระใหญ่ภูคกงิ้ว หรือ พระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์ ประดิษฐานอยู่ที่ภูฟ้า บ้านท่าดีหมี เป็นที่สักการะบูชาของชาวเชียงคาน และยังมีแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่มาพร้อมความสูงและความเสียว สกายวอล์คเชียงคาน เดินชมวิวบนสะพานกระจกใสยาว 100 เมตร สูงจากพื้นดินเทียบเท่าตึก 30 ชั้น เป็นจุดชมวิวสวยๆ จากมุมสูงที่สามารถมองเห็นวิวฝั่ง ไทย-ลาว ได้แบบพาโนราม่า และเป็นบริเวณที่มีแม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขงไหลมาบรรจบกัน
เดินทางสู่ เชียงคาน เมืองเล็กๆ น่ารักริมโขง ชายขอบจังหวัดเลย ชุมชนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ นำท่านเดินเล่นช้อปปิ้งที่ ถนนคนเดินเชียงคาน ชมบรรยากาศของเมืองเชียงคานยามเย็น ถนนชายโขงแห่งนี้จะกลายเป็นถนนคนเดินที่คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเดินทอดน่องชมบ้านไม้เก่าแก่ เดินถ่ายรูปท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิคของบ้านไม้เก่าสองฝั่งถนนชายโขง ซึ่งยังคงความเป็นเอกลักษณ์ไว้ บางหลังเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ บางหลังก็พัฒนาเป็นโฮมสเตย์หรือเกสต์เฮาส์ บ้างก็เป็นร้านขายของที่ระลึก มีสินค้าและอาหารพื้นเมืองให้นักท่องเที่ยวชิมช้อปไม่มีเบื่อ กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งก็คือการขี่จักรยานเลาะริมฝั่งโขง ดูวิวทิวทัศน์สวยๆ สัมผัสอากาศสดชื่น และวิถีชีวิตผู้คนที่น่ารัก ส่วนในตอนเช้าจะมีการตักบาตรข้าวเหนียว ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาช้านาน
** เพื่อความเพลิดเพลินในการท่องเที่ยว ให้ท่านอิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย **
พักที่            โรงแรมศรีเชียงคาน  หรือระดับเทียบเท่า
วันที่สี่           ตักบาตรข้าวเหนียว - พระใหญ่ภูคกงิ้ว - แวะซื้อของฝาก -  กรุงเทพฯ
05.00 น.    ตื่นรับอรุณยามเช้าที่สดใส นำท่านเดินทางสู่ถนนชายโขงเพื่อร่วมทำบุญ ตักบาตรข้าวเหนียว ยามเช้าที่เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวเชียงคานบริเวณ ณ หน้าวัดท่าคก ในทุกๆ เช้าตั้งแต่เวลาตีห้าเป็นต้นไป พระสงฆ์จะเดินออกบิณฑบาต ชาวบ้านจะนำข้าวเหนียว และอาหารมาใส่บาตร ซึ่งนักท่องเที่ยวก็สามารถร่วมตักบาตรข้าวเหนียวด้วยกันได้ 
เช้า            บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
                   นำท่านเดินทางไปยัง ภูทอก จุดชมวิวทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวเชียงคาน มีลักษณะเป็นภูเขาสูง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง บนยอดภูเป็นที่ตั้งของสถานีโทรคมนาคมเชียงคาน และเป็นจุดชมวิวทิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ของอำเภอเชียงคาน และลำน้ำโขงได้โดยรอบ  ตั้งอยู่บนถนนสายเดียวกันกับแก่งคุดคู้ซึ่งห่างจาก ตัวอำเภอ เชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร ใครที่ได้แวะมาเที่ยวเชียงคาน ไม่ควรพลาดการไปชมทะเลหมอกในยามเช้าที่นี่  นอกจากนี้ภูทอกยังเป็นจุดชมวิวชมความงามของแม่น้ำโขง เมืองสานะคาม และแก่งคุดคู้ได้อย่างชัดเจน ส่วนทะเลหมอกนั้นจะเจอมากน้อยหรืออาจจะไม่เจอเลย ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน
กลางวัน   บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร
13.00 น.   หลังรับประทานอาหารนำท่านออกเดินทางจาก เชียงคาน 
                  เดินทางถึง กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

 

********************************************************************
อัตราค่าบริการนี้รวม
- ค่าพาหนะ (รถตู้) ตลอดเส้นทาง ตามรายการที่ระบุ 
- ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการระบุ
- ค่าอาหารตามที่ระบุในโปรแกรม โดยทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
- ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตราฐานตามที่รายการระบุ (พักห้องละ 2-3 ท่าน ต่อห้อง กรณีที่พัก 3 ท่าน เป็นการนอนเตียงเสริม 1 ท่าน)
- ค่าไกด์นำเที่ยวคอยบริการ และ อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 
- ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท  (เงื่อนไขตามกรมธรรม์) กรณีต้องการซื้อประกันเพิ่มเพื่อคุ้มครองสุขภาพกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหาร เครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ และ ค่าพาหนะต่างๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
-  ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น
- ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการออกใบเสร็จรับเงินในนามบริษัท
-  ค่าทิปคนขับรถ และไกด์นำเที่ยว ท่านละ 400 บาท 
 
 

 




ทัวร์ภาคอีสาน

ทัวร์อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ (ถ้ำนาคา) 3วัน2คืน article
ทัวร์หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ 3วัน2คืน article