ทัวร์สุโขทัย พิษณุโลก 3วัน2คืน
ReadyPlanet.com
dot dot




ทัวร์สุโขทัย พิษณุโลก 3วัน2คืน

วันแรก ปั้มน้ำมัน ปตท. วิภาวดีขาออก – จังหวัดสุโขทัย – อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  วัดมหาธาตุ

05.00 น.   พร้อมกัน ณ ปั้มน้ำมัน ปตท. วิภาวดีขาออก (กรุณาเผื่อเวลาในการเดินทางมายังจุดนัดหมาย เนื่องจากรถออกเดินทางตามเวลาที่กำหนด หากท่านเดินทางมาไม่ทันเวลา ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าใช้จ่ายเนื่องจากเป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับตัวแทนแล้วทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ)

เช้า           บริการอาหาร S&P BOX SET (1)        
06.30 น.   นำท่านออกเดินทางสู่ จังหวัดสุโขทัย เป็นจังหวัดที่นับได้ว่าเป็นมรดกโลก แหล่งประวัติศาสตร์สำคัญของชาติ แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นการท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม เช่น โบราณสถาน วัดพระธาตุ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบสุโขทัย รวมทั้งมี ภาพเขียนฝาผนัง และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ (ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 5-6 ชั่วโมง) 
เที่ยง   บริการอาหาร กลางวัน (2)
          นำท่านชม อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  ครอบคลุมพื้นที่โบราณสถานกรุงสุโขทัยศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัยซึ่งมีอำนาจ อยู่บริเวณภาคเหนือ ตอนล่างของประเทศไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19 ผังเมืองสุโขทัยมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร กว้างประมาณ 1.6 กิโลเมตร ด้านทิศเหนือจดทิศใต้ยาว 2,000 เมตร ด้านทิศตะวันตกยาว 1,600 เมตร เป็นกำแพงพูนดิน 3 ชั้น โดยการขุดเอาดินขึ้นมาถมเป็นกำแพง และพื้นดินที่ขุดขึ้นยังเป็นคูน้ำไว้ใช้สอยและเป็นกำแพงน้ำขึ้น อีก 2 ชั้น กำแพง มีประตูเมือง 4 ประตู ด้านเหนือเรียกว่า "ประตูศาลหลวง" ด้านใต้เรียกว่า "ประตูนะโม" ด้านทิศตะวันออกเรียกว่า "ประตูกำแพงหัก" ด้านทิศตะวันตกเรียกว่า "ประตูอ้อ" ภายนอกกำแพงเมืองในรัศมี 5 กม. มีโบราณสถานประมาณ 70 แห่ง สร้างขึ้นไว้ในพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ ภายในยังเหลือร่องรอยพระราชวังและวัดอีก 26 แห่ง วัดที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานคือ วัดมหาธาตุ  อุทยานแห่งนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยกรมศิลปากรและได้รับความช่วยเหลือจากองค์การยูเนสโก มีผู้เยี่ยมชมหลายพันคนต่อปี ซึ่งสามารถเดินเท้าหรือขี่จักรยานเที่ยวชมได้ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกแหล่งมรดกโลก ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์ที่กำแพงเพชรและศรีสัชนาลัยภายใต้ชื่อว่า  "เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร" (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns) “ไฮไลท์ นำท่านชมวิวพระอาทิตย์อัสดง ณ อุทยาน” (หมายเหตุ : ไม่รวมค่ารถราง และรถจักรยานท่องเที่ยวในอุทยาน)
เย็น           บริการอาหารค่ำ (3)
ที่พัก      ธนะวงษ์ พูลวิลล่า หรือระดับเทียบเท่า
 
วันที่สอง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย  - วัดพิพัฒน์มงคล - จังหวัดพิษณุโลก
05.00น.  นำท่านเข้าสู่ วัดตะพานหิน หรือ วัดสะพานหิน ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ตั้งอยู่นอกเขตกำแพงเมืองเก่าสุโขทัยทางทิศตะวันตก โดยอยู่ในเขตอรัญวาสี หรือเขตวัดป่า วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงประมาณ 200 เมตร บริเวณทางเดินขึ้นโบราณสถานมีทางเดินปูลาดด้วยหินชนวนจากตีนเขาขึ้นไปเป็นระยะทาง 300 เมตร สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ พระประธานเป็นพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ เป็นที่ประดิษฐานพระปางประทานอภัย สูง 12.50 เมตร ซึ่งเรียกว่า พระอัฏฐารส
07.00น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (4)
                 จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก ร่วมกับ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร  เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏแสดงให้เห็นถึงผลงานทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น  ถือเป็นตัวแทนของศิลปกรรมไทยยุคแรกและเป็นต้นกำเนิดของการสร้างประเทศ  โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2533 โบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย มีทั้งภายในและภายนอกกำแพงเมือง  รวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 215 แห่ง  มีสิ่งสำคัญๆ ดังนี้ เมืองโบราณศรีสัชนาลัย  มีขอบเขตของผังเมืองที่ก่อสร้างทับซ้อนอยู่บนบริเวณเมืองเชลียงเดิม คือ แนวกำแพงเดิมทำเป็นคันดินยาวขนานไปตามลำน้ำยม  เริ่มจากบริเวณวัดมหาธาตุเชลียงขนานลำน้ำยมเลยผ่านเขาพนมเพลิงออกไป  ซึ่งยังคงปรากฎหลักฐานคันดินให้เห็นอยู่เป็นระยะ
โบราณสถานภายในกำแพงเมือง  สำรวจพบแล้วมีทั้งสิ้น 28 แห่ง ที่สำคัญ  อาทิ วัดช้างล้อม วัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดนางพญา วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ วัดสวนแก้ว เป็นต้น
โบราณสถานนอกกำแพงเมือง
- ด้านทิศเหนือ  อาทิ วัดกุฎีราย  เตาทุเรียงบ้านป่ายาง  เตาทุเรียงบ้านเกาะน้อย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตภาชนะดินเผา “เครื่องสังคโลก” ที่สำคัญของเมืองศรีสัชนาลัย
- ด้านทิศตะวันออก  เช่น วัดสวนสัก วัดป่าแก้ว เป็นต้น
- ด้านทิศใต้  เช่น  วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดชมชื่น วัดเจ้าจันทร์ และวัดโคกสิงคาราม เป็นต้น
- ด้านทิศตะวันตก  คือ วัดพญาดำ วัดราหู วัดสระประทุม วัดพรหมสี่หน้า วัดยายตา เป็นต้น
- บนภูเขา  คือ วัดเขาใหญ่บน วัดเจดีย์เจ็ดยอด วัดเจดีย์รอบ และวัดเขาใหญ่ล่าง เป็นต้น
เที่ยง     รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร (5)
                    นำท่านเดินทางสู่ วัดพิพัฒน์มงคล ณ อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย ห่างจากที่ว่าการอำเภอทุ่งเสลี่ยม ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของจังหวัด แต่เดิมเป็นวัดร้างกลางทุ่งนา สันนิษฐานว่าเป็นวัดมาก่อนประมาณ 700 ปี ไม่ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ได้พบเพียงรากฐานอุโบสถ เจดีย์โบราณ ซึ่งจมอยู่ใต้พื้นดินลึกลงไปประมาณ 1.50 เมตร ตรงใจกลางวัด ในปัจจุบันนั้น วัดพิพัฒน์มงคล เป็นที่รู้จักกันอย่างมากของคนประเทศ และชาวต่างชาติ นับเป็นสถานธรรมะซื่อดังอันดับต้นๆ ของประเทศ และยังเป็นแหล่งสถานที่ศึกษาเชิงพุทธศาสนา และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ โดยมีหลวงพ่อพระครูวรคุณประยุต พระอาจารย์พิพัฒน์มงคล เจ้าอาวาสและเจ้าคณะอำเภอ ทุ่งเสลี่ยม ก่อตั้งสร้างวัดและ ได้พัฒนาถาวรวัตถุต่างๆ ที่จัดว่าเป็นเอกลักษณ์ของวัด วิจิตรเชิงศิลปะโบราณทรงไทยล้านนาขึ้นเป็นจำนวนมากในวัดแห่งนี้ ได้แก่ โบสถ์เรือนแก้ว วิหารล้านนา ลานศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลีนักธรรมการพัฒนาและการปฏิบัติธรรม รวมทั้งพระพุทธรูปทองคำ ศิลปะสมัยกรุงสุโขทัยที่ประดิษฐานอย่างสวยสดงดงาม คู่กับวัดและจังหวัดสุโขทัย รวมระยะเวลา ๒๖ ปี  บนพื้นที่ 119  ไร่ วัดที่มีภูมิทัศน์และวิวที่สวยงามมีลานชมวิวที่สามารถมองได้กว้างถึง 180 องศา สามารถเห็นวิวทุ่งนาแล้วมีเทือกเขาอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ด้านล่างมีแม่น้ำไหลผ่าน ทางวัดได้จัดให้เป็นเขตอภัยทาน สามารถให้อาหารจากลานข้างบน ผ่านท่อไหลลงไปให้กับฝูงปลาได้
                    นำท่านออกเดินทางสู่ จังหวัดพิษณุโลก (ใช้เวลาโดยประมาณ 1.30 ชั่วโมง ) 
เย็น             บริการอาหารค่ำ (6)
ที่พัก        เรือนแพ รอยัล ปาร์ค หรือระดับเดียวกัน
วันที่สามวัดพิษณุโลก – วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (พระพุทธชินราช) – วัดนางพญา – วัดราชบูรณะ – กรุงเทพฯ 
เช้า            บริการอารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (7)
                   นำท่านเดินทางสู่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) ตั้งอยู่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นวัดสำคัญอย่างมากของจังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก เป็นวัดหลวงชั้นเอก ชนิด วรมหาวิหาร ด้านในวิหารของวัดเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธชินราช” หรือที่ชาวเมืองพิษณุโลกเรียกขานว่า “หลวงพ่อใหญ่” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) โปรดให้สร้างขึ้นพร้อมกับพระพุทธชินสีห์ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดสุทัศนเทพวราราม และพระศรีศาสดาซึ่งประดิษฐานอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร พุทธลักษณะของพระพุทธชินราชนั้นสวยงามเป็นอย่างมาก เส้นรอบนอกพระวรกายอ่อนช้อย พระขนงโก่ง พระเกตุมาลาเป็นเปลวเพลิง พระหัตถ์มีปลายนิ้วทั้งสี่เสมอกัน ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษเรียกว่า ทีฒงฺคุลี ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในโลก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาชมและสักการบูชาพระพุทธชินราชเป็นจำนวนมาก (สำหรับท่านที่ต้องการซื้อของฝากสามารถซื้อได้จากด้านหลังวัด)
                   นำท่านเข้าสู่ วัดนางพญา สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากชื่อของ พระวิสุทธิกษัตริย์ตรี พระอัครชายาของพระมหาธรรมราชา และพระราชมารดาของพระสุพรรณกัลยา, สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ ซึ่งปรากฏหลักฐานว่าทรงสถาปนาพระอารามแห่งนี้ ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นแม่เมืองสองแคว ในคราวบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบูรณะราวปี พ.ศ.2090 – 2100 และทรงสร้าง “พระนางพญา” บรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์ตามคติความเชื่อแต่โบราณ กาลต่อมาวัดนี้ถูกทิ้งร้างเป็นเวลานานเนื่องจากศึกสงคราม 
มีการขุดพบครั้งแรกในปี พ.ศ.2444 โดยทางวัดดำริสร้างศาลาเล็กๆ ขึ้นบริเวณด้านหน้าของวัด  เพื่อเป็นปะรำพิธีในการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองพิษณุโลก เพื่อทอดพระเนตรการหล่อพระพุทธชินราชจำลอง ครั้นพอขุดหลุมจะลงเสาก็ได้พบ ‘พระนางพญา’ จำนวนมหาศาลฝังจมดินอยู่กับซากปรักหักพัง จึงได้เก็บรวบรวมไว้ และเมื่อล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ ไปวัดนางพญา ก็ได้นำพระนางพญาส่วนหนึ่งขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ครานั้นพระองค์ทรงแจกจ่ายแก่ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จกันโดยถ้วนหน้า ดังนั้น พระนางพญาส่วนหนึ่งจึงมีการนำกลับยังกรุงเทพมหานคร
                   นำท่านเข้าสู่ วัดราชบูรณะ วัดเก่าแก่ในจังหวัดพิษณุโลกที่อาจจะมีชื่อเหมือนกับวัดเก่าแก่ในจังหวัดต่างๆ อย่างเช่นที่กรุงเทพฯ กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยแต่ละวัดจะมีลักษณะเฉพาะของศิลปะและสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันออกไป สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยเช่นเดียวกับวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร และยังได้รับการบูรณะต่อๆ กันมาจนเมื่อถึงสมัยพระยาลิไท จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นวัดราชบูรณะในที่สุด
เที่ยง    บริการอาหารกลางวัน (8) 
14.00 น.    ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับ กรุงเทพฯ (ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง)
20.00 น.    เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
 
 
....................................................................................................
อัตราค่าบริการนี้รวม
- ค่ารถตู้ตลอดเส้นทาง ตามรายการที่ระบุ (ยังไม่รวมทิปคนขับรถ)
- ค่าอาหารตามที่รายการระบุ โดยทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
- ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตราฐานตามที่รายการระบุ (พักห้องละ 2 ท่าน หรือ 3 ท่าน ต่อห้อง กรณีที่โรงแรมมีห้องพัก 3 ท่าน Triple ว่าง) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ในการปรับเปลี่ยนโรงแรมที่พักไปเป็นเมืองใกล้เคียงแทนโดยอ้างอิงมาตรฐานคุณภาพและความเหมาะสมเดิมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
- ค่าจ้างไกด์นำเที่ยวคอยบริการ และ อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 
- ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท  (เงื่อนไขตามกรมธรรม์) กรณีต้องการซื้อประกันเพิ่มเพื่อคุ้มครองสุขภาพกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ
 
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหาร เครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ และ ค่าพาหนะต่างๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
- ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น
- ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการออกใบเสร็จรับเงินในนามบริษัท
- ค่าทิปคนขับรถ และไกด์นำเที่ยว ท่านละ 300 บาท 
 

 




ทัวร์ภาคกลาง

ทัวร์เพชรบูรณ์-เลย เขาค้อ ภูทับเบิก เชียงคาน 3วัน2คืน article
ทัวร์เพชรบูรณ์ เขาค้อ ภูทับเบิก 2วัน1คืน article